เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

วิธีการเลือก GPS Tracker – เรียนรู้วิธีการติดตามยานพาหนะด้วย GPS

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีถูกพัฒนาให้สามารถช่วยเหลือการดำรงชีวิตของมนุษย์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นจึงทำให้มีหลากหลายเหตุผลที่ผู้คนอาจต้องการอุปกรณ์ติดตาม GPS ดังตัวอย่างต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ในกรณีที่ผู้ปกครองที่ต้องการตรวจสอบสถานที่ตั้งของเด็ก หรือบุตรหลานของคุณว่าอยู่ ณ สถานที่ใด
  2. เจ้าของรถที่ต้องการติดตามว่ารถอยู่ที่ใด
  3. พนักงานที่ต้องการติดตามยานพาหนะของ บริษัท
  4. พนักงานขายที่ต้องเก็บบันทึกประวัติการขับขี่ของตนไว้
  5. ด้านการบินที่ต้องการตรวจสอบสถานะของเครื่องบินและตำแหน่งของตัวเครื่องบิน
  6. บุคคลใดก็ก็ตามที่ต้องการจะติดตามประวัติยานพาหนะของพวกเขาหรือหารถของพวกเขาหากมันสูญหายหรือถูกขโมย!

สำหรับขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาว่าอุปกรณ์ติดตาม GPS ใดที่ดีที่สุดสำหรับคุณคือการถามตัวคุณเองว่าฉันต้องการหรือต้องการข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์หรือไม่

ข้อมูลตำแหน่งแบบเรียลไทม์หมายถึง ว่าคุณจำเป็นต้องทราบหรือไม่ว่าเครื่องติดตามของคุณอยู่ที่ไหนในเวลาใดก็ตาม คำถามนี้มีความสำคัญ

 

เนื่องจากจะกำหนดว่าคุณต้องอุปกรณ์ติดตาม GPS แบบใดซึ่งมีทั้งหมด 2 ประเภทจะดังนี้

  1. อุปกรณ์ GPS ติดตามแบบ Real-Time / Active
  2. GPS บันทึกข้อมูลแบบ Historical / Passive

ความแตกต่างระหว่าง GPS แบบ Real – Time / Active Tracking และ GPS Historical / Passive Logger

GPS แบบ Real-Time / Active Tracking มีความสามารถต่าง ๆ ดังนี้

– อัปเดตตำแหน่งทุกๆ 10 วินาทีถึง 5 นาทีขึ้นอยู่กับรุ่น

– แผนที่เชื่อมต่อ Google Maps หรือ Bing Maps

– ค่าอุปกรณ์ แตกต่างกันไป แต่โดยปกติจะแพงกว่าแบบ GPS Historical / Passive Logger

– ค่าธรรมเนียมรายเดือน ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันไปตามผู้ให้บริการของเครือข่ายโทรศัพท์

– ต้องทำสัญญาซึ่งอาจจะจำเป็นต้องทำหรือไม่ต้องทำแล้วแต่บริษัทผู้ให้บริการ

– รายงานประวัติการขับขี่รายละเอียดโดยคุณสามารถบันทึกและพิมพ์สิ่งเหล่านี้ได้ในกรณีที่ต้องการตรวจสอบ

– การแจ้งเตือนความเร็ว ณ ขณะนั้นคุณสามารถได้รับการแจ้งเตือนหากบุตรหรือรถของคุณมีความเคลื่อนไหวที่เร็วเกินกว่าที่กำหนด

– Geofencing / Safe Zones Alerts สามารถได้รับการแจ้งเตือนหากบุตรหรือรถของคุณเข้าหรือออกจากพื้นที่บางแห่งที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดเหตุไม่คาดฝัน

– Device Power สามารถใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้

GPS Historical / Passive Logger มีความสามารถต่าง ๆ ดังนี้

– การอัปเดตตำแหน่งจะไม่มีข้อมูลหรือจะเรียกข้อมูลได้ก็ต่อเมื่อคุณเสียบอุปกรณ์เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ

– แผนที่เชื่อมต่อ – Google Maps หรือ Bing Maps

– ค่าอุปกรณ์แตกต่างกันไป แต่โดยปกติจะน้อยกว่า GPS แบบ Real-Time / Active Tracking

– ค่าธรรมเนียมรายเดือนไม่มีค่าธรรมเนียมจ่ายเพียงค่าอุปกรณ์เพียงครั้งเดียว

– การทำสัญญาไม่มีการทำสัญญา เพราะคุณจ่ายเงินทั้งหมดเป็นราคาซื้ออุปกรณ์หมดแล้ว

– รายงานประวัติการขับขี่ สำหรับรายละเอียดคุณสามารถบันทึกและพิมพ์รายงานได้

– การแจ้งเตือน ณ ขณะนั้น ไม่มีข้อมูลแบบเรียลไทม์

– Geofencing / Safe Zones Alerts ไม่มีข้อมูลเรียลไทม์

– Device Power ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าการใช้ GPS ติดตามแบบเรียลไทม์มีราคาแพงกว่า GPS แบบบันทึกข้อมูล เนื่องจากการทำงานของระบบที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของเวลาที่สามารถนำมาใช้บริการ ซึ่งมันคงดีกว่า หากคุณสามารถติดตามได้แบบในเวลาปัจจุบัน นั้นจึงทำให้ GPS แบบระบบ เรียลไทม์ ได้รับความนิยมมากกว่าในปัจจุบัน