เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

ไทยร่วง อินโดฯยิงแซงชนะ2-1

ไทยร่วง อินโดฯยิงแซงชนะ2-1

ตกรอบแรกซูซูกิคัพ

การแข่งขันฟุตบอล เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดสุดท้าย ที่สนาม เกโลร่า บุง การ์โน่ กรุงจาการ์ต้า อินโดนีเซีย ทีมชาติไทย พบกับ เจ้าภาพ โดยทีมไทยเก็บได้ 2 คะแนนมาจากการเสมอลาวกับมาเลเซียมา 2 นัดรวดทำให้สถานการณ์ต้องชนะอย่างเดียวหรือถ้าเสมอต้องลุ้นเกมระหว่าง มาเลเซียกับลาวให้เสมอกันด้วยถึงจะเข้ารอบ ส่วนทางเจ้าบ้านอินโดนีเซียเก็บ 6 คะแนนเต็มจากการชนะ 2 นัดรวดเช่นกันเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่มอย่างแน่นอนแล้ว

รูปเกมไทยเหนือกว่าทำเกมบุกแทบจะข้างเดียว จนมาประสบความสำเร็จ นาที 67 เมื่อ กีรติ เขียวสมบัติ โหม่งชงมาให้ สุรีย์ สุขะ ยิงวอลเลย์ด้วยขวาในกรอบเขตโทษเข้าประตูไปอย่างสวยงามไปให้ไทยขึ้นนำ 1-0 แต่มาถึงช่วง 10 นาทีสุดท้าย ไทยผลาดเสียลูกโทษ เมื่อ ภานุพงษ์ วงศ์ษา ไปดึงผู้เล่นอินโดนีเซียล้มลงในเขตโทษ และเป็น บัมบัง ปามุสกัส ดาวยิงตัวเก๋าของอินโดนีเซียยิงลูกโทษเข้าไปเสมอกัน 1-1

นาทีที่ 87 ไทยมาเสียลูกโทษเป็นครั้งที่สองจากจังหวะ ภานุพงษ์ วงศ์ษา ไปเสียแฮนด์บอลในเขตโทษแล้วโดนใบเหลืองที่สองเป็นใบแดงทำให้ไทยเหลือ 10 คนและเป็น บัมบัง ปามุสกัส คนเดิมยิงเข้าไปอินโดนีเซียแซงนำ 2-1 ท้ายเกม ไทยเหมือนถอดใจทำเกมรุกไม่ขึ้น หมดเวลาการแข่งขัน ไทย แพ้ อินโดนีเซีย 1-2 ตกรอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย ขณะที่ผลอีกคู่มาเลเซีย ถล่ม ลาว 5-1 เข้ารอบตามหลังเจ้าภาพ อินโดนีเซีย