เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

เวสบรอม อัด นิว3-1 ซันเดอร์แลนด์ เฉือน 1-0

“เดอะ แบ็กกีส์” เวสต์บรอมฯ เร่งเครื่องเก็บชัยสองนัดติด หลังเปิดบ้านสอย “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล 3-1 ส่วน “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ เฉือน เวสต์แฮม หวุดหวิด 1-0 พร้อมกับฝัง “ขุนค้อน” หล่นกลับไปเป็นบ๊วยอีกครั้ง…

เกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. มีทำการแข่งขันกันสองคู่ เกมแรกที่สนามเดอะ ฮอว์ธอร์น “เดอะ แบ็กกีส์” เวสต์บรอมฯ เปิดรังรับมือ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล นัดนี้เจ้าถิ่นได้ตัวหลักๆ ฟิตทันลงสนามพอดีทั้ง ปีเตอร์ โอเด็มวิงกี, คริส บรันท์ และ เจมส์ มอร์ริสัน ส่วนผู้มาเยือนไม่มี เควิน โนแลน กองกลางกัปตันทีมที่ยังบาดเจ็บอยู่

เขี่ยบอลเริ่มเกมครึ่งแรก จังหวะเข้าทำของ เวสต์บรอมฯ ได้ลุ้นกว่าเยอะ ก่อนจะมาประสบความสำเร็จขึ้นนำในนาที 32 โซเมน ทีโชยี พลิกบอลในเขตโทษ ก่อนซัดด้วยซ้ายเสียบตาข่ายผ่านมือ ทิม ครูล เข้าไปอย่างสวยงาม เจ้าถิ่นนำ 1-0 จากนั้นอีก 5 นาทีถัดมา ทีโชยี เกือบแผลงฤทธิ์อีกครั้ง ได้จังหวะซัดมุมแคบ แต่เที่ยวนี้ ครูล ทุบทิ้งออกไปได้ หมดครึ่งแรก เวสต์บรอมฯ นำ 1-0

กลับมาเล่นครึ่งหลัง นาที 71 เวสต์บรอมฯ ยิงหนี 2-0 ได้สำเร็จจากความผิดพลาดตรงกลางสนามของ แดนนี กัทธรี โดน โอเด็มวิงกี ลากลุยเดี่ยวหนีทั้ง โซล แคมพ์เบลล์ และ สตีเวน เทย์เลอร์ เข้าไปยิงดื้อๆ เท่านั้น ไม่พอ นาที 89 โอเด็มวิงกี คนเดิมมาทำประตูที่สองของตัวเอง และให้เจ้าบ้านนำห่างสุดกู่ 3-0 แต่ช่วงทดเวลา ปีเตอร์ โลเวนด์ครานส์ มาซ้ำจ่อๆ ลูกยิงของ แอนดี คาร์โรลล์ เป็นประตูตีไข่แตก ช่วยให้สุดท้ายไม่ต้องกินไข่กลับบ้าน จบเกม เวสต์บรอมฯ เอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1

อีกหนึ่งเกมที่สเตเดียม ออฟ ไลท์ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านต้อนรับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม เกมนี้เจ้าบ้านได้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นฮีโร่ยิงลูกผ่านจากริมเส้นของ กียาน อซาโมอาห์ ในนาที 34 เป็นประตูชัยให้ ซันเดอร์แลนด์ เฉือนชนะหวุดหวิด 1-0 พร้อมกับฝัง เวสต์แฮม ให้หล่นลงไปเป็นบ๊วยอีกครั้ง แม้จะมี 12 แต้มเท่ากับ วูล์ฟส แต่ประตูได้เสียเป็นรอง