เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

เชลซี เสมอ สเปอร์ 1-1 ดร็อกพลาดจุดโทษ ท้ายเกม

ศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์ ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส เปิดบ้านพบ เชลซี โดยสเปอร์สนำก่อน 1-0 จากพาฟลิวเชงโก ก่อนถูกเชลซีตีเสมอในครึ่งหลังจากดร็อกบา ที่หวุดหวิดพาทีมชนะแต่ดันเตะจุดโทษพลาด…

ผลการแข่งขันฟุตบอลพรี เมียร์ลีก คู่ซุปเปอร์ซันเดย์ ในเวลา 23.00 น.วันที่ 12 ธ.ค.2553 ระหว่าง “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส เปิดรัง ไวท์ ฮาร์ท เลน ทำศึกลอนดอนดาร์บี้แมตช์กับอาคันตุกะ ร่วมเมือง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยพลพรรค ไก่เดือยทอง สเปอร์ส ยังโชว์ฟอร์มได้ดีจนติดลมบนอยู่ขณะนี้ โดยผลงาน 5 นัดหลังสุดยังไม่แพ้ใคร นัดนี้เล่นในรังตัวเองหวังเก็บ 3 แต้มสำคัญให้ได้แม้จะไม่ง่ายนักก็ตาม ส่วนแชมป์เก่า เชลซี ยังไม่เข้าฟอร์มเก่ง แพ้ถึง 2 นัดจาก 5 นัดหลังสุดที่ลงสนาม แต่นัดนี้เป็นเกมสำคัญกับคู่แข่งร่วมเมือง ที่ศักดิ์ศรีกินกันไม่ลง

ด้าน ขุมกำลังของเจ้าบ้านสเปอร์ส กุนซือแฮร์รี เรดแนปป์ ใช้บริการ ตัวเก่งครบ ทั้ง มาริโอ โกเมส อลัน ฮัตตัน แกเรต เบล บาสซง ไมเคิล ดอว์สัน และ อาร์รอน เลนนอน สำหรับหัวหอกเป็น เจอร์แมน เดโฟ และโรมัน พาฟลิวเชงโก ส่วนปีเตอร์ เคราช์ ยังต้องนั่งเป็นตัวสำรอง ส่วน ทีมเยือนเชลซี นัดนี้ ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่บาดเจ็บไม่หายดี มีชื่อเป็นตัวสำรอง ส่วนมิดฟิลด์ตัวหลักอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด ยังต้องนั่งเป็นตัวสำรอง เช่นเดียวกันกับปราการหลัง อเล็กซ์ ที่ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ โดยนัดนี้ “พี่แจ้” อันเชล็อตติ ใช้บริการผู้เล่นอย่าง ปีเตอร์ เช็ก บรานิสลาฟ อิวาโนวิช แอนดี้ โคล จอห์น เทอรี่ มิเคล เอสเซียง จอห์น โอบิ มิเกล ฟรอลองค์ มาลูดา นิโกลาส์ อาเนลก้า และซาโลมง คาลู

เริ่มครึ่งแรก เป็นเชลซีที่เปิดเกมบุกเข้าใส่สเปอร์ส แต่ไม่ได้สร้างความหวาดเสียวอะไรมากนัก กลับกันทีมสเปอร์สกลับทำเกมบุก โต้กลับแล้วมีโอกาสทำประตูได้ดีกว่า โดยเมื่อมาถึงนาทีที่ 15 แฟนไก่เดือยทองก็เฮลั่นเมื่อ โรมัน พาฟลิวเชลโก ยิงมุมแคบส่งบอลผ่านมือปีเตอร์ เช็ก เข้าไปตุงตาข่าย ให้เจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0 ผ่านไป 10 นาทีเชลซีมีโอกาสตีเสมอจากลูกโหม่งของคาลู แต่มาริโอ โกเมส นายทวารทีมไก่เดือยทองเซฟไว้ได้ ด้านสเปอร์ส ก็หวิดขึ้นนำเป็น 2-0 จาก พาฟลิวเชงโก แต่ถูกอิวาโนวิชตามประกบทำให้ยิงไม่ถนัด บอลพุงออกนอกกรอบ นาทีที่ 35 เชลซีมีโอกาสอีกครั้งจากคาลูได้โหม่ง แต่บอลออกนอกกรอบไป ก่อนหมดเวลาพาฟลิวเชงโกหวิดจะฉกบอลจากอิวาโนวิชหลุดเดี่ยวไปยิง แต่ปีเตอร์ เช็ก วิ่งออกมาตัดบอลไว้ได้ หมดเวลาครึ่งแรก สเปอร์สเจ้าบ้านนำเชลซีอยู่ 1-0

ครึ่งหลังเชลซีแก้เกมมาใหม่ เอาโอบิ มิเกล ออกแล้วส่ง ดร็อกบาลงไปแทน โดยถอยมาลูดามายืนริมเส้นตรงกลางแทน ผ่านไป 5 นาที เดโฟศูนย์หน้าเจ้าบ้านได้โอกาสวางเท้ายิงเต็ม แต่บอลหลุดออกนอกกรอบไป เกมยังเป็นเชลซีที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ไม่อาจทำประตูได้ นาทีที่ 54 ดร็อกบามีโอกาสยิง ตรงกรอบ แต่โกเมสพุ่งปัดออกไป และอีกหนึ่งจังหวะที่ วินสตัน ปาลาซิออส โหม่งบอลกลับคืนแต่หวัดเข้าประตูโกเมสโดดปัดได้ทันอีกครั้ง ช่วงนี้ดูเหมือนเกมรุกเชลซีดูดีขึ้น แต่ก็ยังทำประตูไม่ได้ นาทีที่ 60 สเปอร์ส ส่งปีเตอร์ เคราช์ ลงมาแทน เจอร์แมน เดโฟ แล้วแฟนเชลซีก็ใจชื้น เมื่อ มาถึงนาทีที่ 70 ดร็อกบาหวดด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งเข้าหาประตู โกเมสก้มปัดแต่บอลกระฉอกออกมาด้วยความแรง ก่อนกล้ิงเข้าประตูไป ตามตีเสมอ เป็น 1- 1

ตอนนี้รูปเกมเชลซีเริ่มทำได้ดี และสเปอร์สก็เน้นโต้กลับเร็วทำให้มีโอกาสลุ้นทั้ง 2 ทีม จากนั้นอันเชล็อตติ ก็เปลี่ยนแดเนียล สเตอริดจ์ ลงมาแทนคาลู นาทีที่ 76 แฟรงก์ แลมพาร์ด ได้ลงมาในสนามแทน มาลูด้า เช่นเดียวกับสเปอร์สที่เปลี่ยน ร็อบบี้ คีน มาแทนพาฟลิวเชงโก ช่วงท้ายสเปอร์ส ครองบอลได้มากขึ้น ทำให้เกมค่อนข้างสูสี นาทีที่ 90 สเปอร์มาพลาดโดนจุดโทษ เมื่อโกเมสออกมาตัดบอลดร็อกบา แต่กรรมการเป่าฟาวล์ ให้จุดโทษกับเชลซี แต่ดร็อกบายิงไม่เข้า พลาดโอกาสเก็บ 3 แต้มไปเห็นๆ และกลายเป็นซุปเปอร์เซฟของโกเมสไป กรรมการเป่านกหวีดหมดเวลา เสมอกันไป 1-1แบ่งกันไปคนละ 1 แต้ม

เชลซียังอยู่อันดับที่ 4 ของตารางมี 31 แต้ม ส่วนสเปอร์ส อยู่อันดับที่ 5 มี 27 แต้ม โดยทั้ง 2 ทีมแข่งไปแล้วทั้งหมด 17 นัด

สรุปผลการแข่งขันคู่อื่น
โบลตัน 2- 1 แบล็คเบิร์น
วูล์ฟแฮมป์ตัน 1- 0 เบอร์มิงแฮม