เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

พิสูจน์แรงใจเดินข้ามเทือกเขาหวงซาน; “ผมเชื่อว่าบนสวรรค์ก็คงเป็นแบบนี้”

ไม่กี่วันมานี้ ทีมงาน “สนามบอล” ทั้งตัวผมและคุณ MatthewSweetMercy ได้มีโอกาสไปเยือนสุดยอดเทือกเขาที่ชาวยุทธ์คารวะให้เป็นเทือกเขาที่สวยที่สุดของจีน

หลังจากได้ไปยลความงดงาม คอนเฟิร์มได้เลยครับว่า จริงที่คนจีนพูด ถ้าได้ไปเที่ยว “เทือกเขาหวงซาน” ก็ไม่ต้องไปดูที่ไหนอีกแล้ว เพราะทั้งงดงามไปด้วยสีเขียวของพืชพรรณไม้ป่าอันสมบูรณ์ และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังความยิ่งใหญ่ของภูเขาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ

เขาหวงซาน (黄山, Mount Huangshan) เป็นเทือกเขาที่ทอดตัวอยู่ทางตอนใต้ของมณฑลอันฮุย ทางตะวันออกของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีชื่อเสียงมาจากทิวทัศน์ที่งดงามของยอดเขาหินแกรนิตและต้นสนหวงซานรูปร่างแปลกตา และภาพของหมอกและเมฆที่ลอยอยู่ใกล้ยอดเขา

บริเวณเทือกเขายังมีน้ำพุร้อนและบ่อน้ำร้อนธรรมชาติอีกมากมาย เนื่องมาจากความงดงาม จึงมักจะปรากฏภาพของเทือกเขาหวงซานอยู่ในภาพเขียนจีน หรือปรากฏชื่อในวรรณกรรมอยู่บ่อยครั้ง

ปัจจุบันนี้ องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเทือกเขาหวงซานเป็นมรดกโลก และยังจัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งในจีน

แก๊งค์ “อาม่า มินนี่เมาส์” เห็นเช็คอินเข้าพักที่โรงแรมบนภูเขาด้วย เดินเก่งมากๆ

ข้อมูลจากสารานุกรมออนไลน์อิสระ ระบุว่า เขาหวงซานประกอบไปด้วยยอดเขาจำนวนมาก และมีอยู่ 77 ยอดที่มีความสูงมากกว่า 1,000 เมตร ยอดเขาที่สูงที่สุด 3 อันดับแรกในเทือกเขาคือ ยอดเขาเหลียนหัว (莲花峰 เหลียนหัวเฟิง ยอดเขาดอกบัว มีความสูง 1,864 เมตร) ยอดเขากวงหมิง (光明顶 ยอดเขาสว่าง มีความสูง 1,840 เมตร) และ ยอดเขาเทียนตู่ (天都峰 เทียนตู่เฟิง แปลว่า ยอดเขาเมืองหลวงแห่งสวรรค์ มีความสูง 1,829 เมตร) เขตที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกประกอบด้วยบริเวณเทือกเขาซึ่งมีพื้นที่ 154 ตารางกิโลเมตร และรอบๆเทือกเขาอีก 142 ตารางกิโลเมตร

พืชที่ขึ้นอยู่ในบริเวณเทือกเขาหวงซานจะแตกต่างกันไปตามระดับความสูง ที่ความสูงต่ำกว่า 1,100 เมตร จะเป็นป่าชื้น ความสูงระหว่าง 1,100-1,800 เมตร จะเป็นป่าผลัดใบ และความสูงตั้งแต่ 1,800 เมตรขึ้นไป จะเป็นทุ่งหญ้าในลักษณะที่ขึ้นอยู่ตามที่สูง บริเวณเทือกเขามีพรรณไม้หลากหลายชนิด จากการสำรวจพบว่ามีพืชจำพวกพืชไม่มีท่อลำเลียงจำนวน 1 ใน 3 จากตระกูลที่มีอยู่ในจีน และตระกูลเฟิร์นถึงครึ่งหนึ่งจากจำนวนตระกูลทั้งหมดในจีน อยู่ในเทือกเขานี้

เขามาล็อคแม่กุญแจกันเป็นคู่ แล้วขว้างลูกกุญแจทิ้งไปในเหวด้านหลัง เพื่อรักกันตลอดไป แต่มีจำนวนมาก ทางอุทยานเขามาตัดออกอยู่เรื่อย

หวงซาน เป็นเมืองชนบท อยู่ทางตอนใต้ของจีน มีสนามบินหวงซานเดินทางสะดวก แต่ผมนั่งรถบัสจากเมืองอันฮุยเข้าไปประมาณ 3 ชั่วโมง มีโรงแรมที่พักหลายแห่ง บรรยากาศในเมืองจะเงียบสงบ บริเวณโดยรอบโรงแรมเต็มไปด้วยร้านของฝาก สินค้าขึ้นชื่ออย่างหนึ่งคือใบชาที่มีหลากรสชาติหลายกลิ่น เด็ดสุดเป็นมื้อเย็นที่ครั้งแรกในชีวิตกับการทานเนื้อกระต่าย แต่ “เสี่ยวเม่ย” (น้องสาว) หรือพนักงานบอกว่าเนื้อหมู แต่พอรู้ว่าเป็นกระตายก็กินต่อไม่ลง

การเดินทางขึ้นไปชมเทือกเขาหวงซาน ต้องไปขึ้นรถมินิบัสที่ท่ารถเอกชนที่รับสัมปทานมาจากรัฐบาล เดินทางผ่านหมู่บ้านคนจีนที่อยู่บริเวณตีนเขา เส้นทางคดเคี้ยวลึกเข้าไปในหุบเขาน่าเวียนหัว ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็ถึงสถานีเคเบิ้ล คาร์ หรือรถกระเช้า

เคเบิ้ล คาร์ ขนาดบรรทุกไม่เกิน 8 คน พาพวกเราข้ามยอดเขาหลายลูกเป็นระยะทางไกล ใช้เวลาราว 30 นาทีก็ถึงเทือกเขาชั้นใน ที่นักท่องเที่ยวมากมายมุ่งหน้ามาพิสูจน์แรงศรัทธาและชมความงดงามตามคำเล่าขาน

เวลาประมาณ 9 นาฬิกา พวกเราต้องเดินขึ้นลงผ่านเทือกเขาน้อยใหญ่ เพื่อไปขึ้นเคเบิ้ล คาร์ ตัวเก่าเวลา 16.30 นาฬิกาเพื่อลงจากยอดเขา เป็นการเดินเท้าระยะทางกว่า 10 กิโลเมตรที่ทรหดมากที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต

กลางทางได้แวะรับประทานมื้อเที่ยงที่โรงแรม “ชิหาย” (ด้วยความเคารพ) อาหารอร่อย มีแรง ได้นั่งพักเล็กน้อย ก็ออกเดินทางกันต่อ ตลอดทางนั้นมีจุดชมวิวและจุดเก็บรูปภาพมากมาย

ไฮไลต์อีกอย่างคือภาพการดำเนินชีวิตของคนท้องถิ่นที่เป็นลูกหาบ ต้องแบกของใช้ อาหารและน้ำดื่มขึ้นไปบนโรงแรมที่อยู่บนยอดเขา มีประมาณ 7-8 แห่ง เพราะว่าเค้าห้ามขนทางเคเบิ้ล คาร์ การก่อสร้างต่างๆ ขนก้อนหิน ขนทราย ก็ต้องหาบขึ้นไปอย่างเดียว แม้แต่ผ้าปูที่นอนก็ต้องหาบลงมาซักข้างล่างเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อม เราเดินผ่านพวกเขาจะได้ยินเสียงหายใจหอบใหญ่ดังชัดเจน

ที่นี่อากาศบริสุทธิ์มากครับ ความเย็นของก้อนเมฆที่ลอยมาประทะใบหน้ารู้สึกเหมือนได้ใกล้ชิดสวรรค์จริงๆ ก็ครั้งนี้แหละครับ แต่ให้ไปเดินข้ามเขาหวงซานอีกครั้งก็ต้องคิดให้หนัก