เมื่อยักษ์นัดกันสะดุด

ใครที่ติดตามฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในช่วงหลายปีหลังคงไม่ได้พบเหตุการณ์อย่างที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาบ่อยครั้งนัก เมื่อทีมบิ๊ก”ทรี”อย่างเชลซี

น้ำที่ยังไม่เต็มแก้ว

ในสัปดาห์นี้หากไม่พูดถึงลิเวอร์พูลก็คงจะไม่ได้ หลังจากที่พวกเขาสามารถ”แซง”เชลซีขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกได้อีกครั้งด้วยคะแนน

“แฮร์รี แอนด์ เทอร์รี”

ในช่วงที่ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่านทั้งในสนามและนอกสนาม ผมบังเอิญไปอ่านเจอบทความชิ้นหนึ่ง

ปืน ชนะ เชลซี แพ้ ยูฟ่า ชปล

“ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ต้อนชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด 3-1 การันตีเข้ารอบเป็นรองแชมป์กลุ่มเอช ด้าน มาร์กเซย ทิ้งท้ายเฉือน “สิงห์บลู” เชลซี 1-0 ควงเข้ารอบไปด้วยกันทั้งคู่…

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่ม นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีทำการแข่งขันกัน 8 คู่ เกมสำคัญในกลุ่มเอชที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดียม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่ต้องลุ้นสามแต้มเพื่อการันตีการเข้ารอบ เปิดบ้านพบกับ ปาร์ติซาน เบลเกรด ที่ก่อนหน้านี้แพ้รวดมาทั้งห้านัด

เริ่มเกมมาถึงนาที 19 แฟนเจ้าถิ่นได้ลุ้น ซามีร์ นาสรี จอมเทคนิคทีมชาติฝรั่งเศสประสานงานกับ บาการี ซาญา ทางกราบขวา เปิดเรียดให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี พุ่งเข้าชาร์จไม่ตรงกรอบ แต่ถัดมานาที 30 อาร์เซนอล ขึ้นนำสำเร็จ ฟาน เพอร์ซี ถูกอัดทำฟาลว์ในเขตโทษ เจ้าตัวลุกขึ้นมาสังหารจุดโทษเองไม่พลาด และเป็นประตูเดียวที่เกิดขึ้นในครึ่งแรกให้ เดอะ กันเนอร์ส นำ 1-0

ครึ่งหลัง เล่นมาแค่ 7 นาที ปาร์ติซาน มาฉวยตีเสมอสำเร็จ คลีโอ ลองยิงจากนอกเขตโทษไปแฉลบ เซบาสเตียน สกิลลาชี เปลี่ยนทางเข้าประตูไปเป็น 1-1 หลังจากนั้น นาที 67 อาร์แซน เวงเกอร์ แก้เกมส่ง ธีโอ วัลคอตต์ ลงเล่นแทน อังเดร อาร์ชาวิน และ วัลคอตต์ กลายเป็นตัวทีเด็ดยิงให้ทีมขึ้นนำอีกครั้งในนาที 73 จากจังหวะที่ มาร์โก โยวาโนวิช กองหลังผู้มาเยือนโหม่งเคลียร์บอลไม่ขาด เข้าทาง วัลคอตต์ พักบอลก่อนดีดเบียดเสาเข้าไป อาร์เซนอล นำอีกครั้ง 2-1

อีกสี่นาทีถัดมา นาสรี ที่เกมนี้เล่นได้อย่างโดดเด่น มารับลูกจ่ายของ อเล็กซานเดอร์ ซง หลุดเข้าไปยิงให้แข้งปืนใหญ่ตุนสกอร์หนีห่างเป็น 3-1 แต่เกมเกือบมีจุดเปลี่ยนในนาที 85 เมื่อ ซาญา ไปสกัด อเล็กซานดาร์ ลาเซฟสกี โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม แต่ไม่ส่งผลอะไร จบเกม อาร์เซนอล ต้อนชนะ ปาร์ติซาน 3-1 ผ่านเข้ารอบในฐานะรองแชมป์กลุ่มเอช ส่วน ชัคเตอร์ โดเนทส์ค ที่ชนะ บรากา 2-0 คว้าแชมป์กลุ่ม

ด้านเกมในกลุ่มเอฟที่สตาด เวโลโดรม “โอแอ็ม” โอลิมปิก มาร์กเซย ลงเล่นนัดส่งท้ายกับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี โดยทั้งสองทีมผ่านเข้ารอบไปด้วยกันแล้วทั้งคู่ นัดนี้ คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือทีมเยือนจัดชุดผสม แต่ยังมีตัวหลักอย่าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ จอห์น เทอร์รี เป็นตัวหลักลงสนาม ผลปรากฏว่า โดน มาร์กเซย บดชนะ 1-0 จากประตูชัยของ บรันเดา นาที 81 โดยกลุ่มเอฟ เชลซี เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วน มาร์กเซย ได้รองแชมป์

สรุปผลฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.
กลุ่มอี
บาเยิร์น มิวนิก 3-0 บาเซิล
ซีเอฟอาร์ คลูจ์ 1-1 โรมา
กลุ่มเอฟ
โอลิมปิก มาร์กเซย 1-0 เชลซี
เอ็มเอสเค ซิลินา 1-2 สปาร์ตัก มอสโก
กลุ่มจี
เอซี มิลาน 0-2 อาแจ็กซ์
เรอัล มาดริด 4-0 โอแซร์
กลุ่มเอช
อาร์เซนอล 3-1 ปาร์ติซาน เบลเกรด
ชัคเตอร์ โดเนทส์ก 2-0 บราก้า